NORMSTrading Platform
← กลับคลังความรู้

Position Sizing:
ขนาดไม้เท่าไหร่ถึงไม่พังพอร์ต

ชั้น 1 · Risk & Position Sizing · อ่าน ~6 นาที · ตัวแปรเดียวที่แยกคนรอดกับคนไม่รอด ทั้งที่ใช้ระบบเดียวกัน
สองคนใช้ ระบบเดียวกันเป๊ะ ชนะ 50% กำไรต่อไม้ 2 เท่าของขาดทุน — ในที่สุดคนหนึ่งรวย อีกคนหนึ่งเจ๊งตอนแพ้ติด 7 ไม้
สิ่งที่ต่างกัน: คนแรกเสี่ยง 2% ต่อไม้ คนที่สองเสี่ยง 15% ต่อไม้ — ระบบไม่ผิด การ sizing ผิด

1. ทำไมต้อง % ไม่ใช่จำนวนเงินคงที่

คนส่วนใหญ่ตั้งใจว่า "เสี่ยงได้ไม้ละ $1,000" — ดูเป็นระเบียบ แต่มีปัญหาซ่อนอยู่

วิธีเงินคงที่ $1,000/ไม้:
พอร์ต $100,000 → แพ้ 10 ไม้ → เหลือ $90,000
ยังเสี่ยง $1,000 อยู่ = ตอนนี้เสี่ยง 1.11% แล้ว
แพ้ต่อ 20 ไม้ → เหลือ $80,000 → เสี่ยง 1.25%
size จริงโตขึ้นเรื่อยๆ ตอนพอร์ตหด — คือเหยียบคันเร่งตอนหักโค้ง

วิธี % คงที่ 1%/ไม้:
พอร์ต $100,000 → เสี่ยง $1,000
แพ้ 10 ไม้ → เหลือ $90,000 → เสี่ยง $900 อัตโนมัติ
size หดเองตอนพอร์ตหด — เบรกอัตโนมัติ ไม่มีวันเจ๊งสนิท

วิธี % เรียกว่า anti-martingale (ตรงข้ามมาร์ติงเกล) — พอร์ตหดเท่าไหร่ ความเสี่ยงหดตาม คณิตศาสตร์การันตีว่าพอร์ตจะเข้าใกล้ศูนย์แต่ไม่แตะศูนย์จริงๆ ตราบใดที่ทำตามกฎ

2. สูตรเดียวที่ใช้ทั้งชีวิต

คำถาม "เปิดกี่ lot?" มีสูตรตอบ ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกหรือประสบการณ์:

ขนาดไม้ = (พอร์ต × %เสี่ยง) ÷ ระยะ stop

ตัวอย่างทอง ราคา ~$4,200:
พอร์ต $100,000 · เสี่ยง 1% · stop ห่าง $50
→ เงินเสี่ยงต่อไม้ = $100,000 × 1% = $1,000
→ ขนาดไม้ = $1,000 ÷ $50 = 20 oz

ถ้าเราอยากเปิด 50 oz แต่ stop อยู่ที่ $50:
เงินเสี่ยง = 50 × $50 = $2,500 = 2.5% → เกินเพดาน
ทิศของสูตรสำคัญมาก: stop กำหนดขนาดไม้ — ไม่ใช่ขนาดไม้กำหนด stop
มือใหม่ทำกลับด้าน: อยากเปิด lot ใหญ่ → ขยับ stop ให้แคบพอที่ margin ไหว → stop อยู่ในระยะ noise → โดนเก็บฟรีซ้ำซาก

3. 1% = แผน ไม่ใช่สัญญา (เรื่อง gap ที่ต้องรู้)

stop loss ไม่ได้การันตีว่าจะเสียแค่ 1R เสมอไป — บางครั้งตลาดกระโดดข้าม stop โดยไม่ผ่าน

Gap เกิดเมื่อ:
• ทองเปิดวันจันทร์หลังข่าวสุดสัปดาห์ (ตลาดปิดแต่ราคาย้าย)
• ประกาศ NFP / FOMC ราคากระโดดหลายดอลลาร์ในวินาทีเดียว
• Crypto CFD ที่โบรกปิดศุกร์–อาทิตย์ แต่ราคาวิ่งต่อ

ไม้ที่วางแผน −1% อาจกลายเป็น −2 ถึง −3% จริงๆ
แก้โดย: พิจารณาปิดไม้ก่อนช่วงข่าวใหญ่และก่อนสุดสัปดาห์ หรือลด size ช่วงนั้น

4. Heat รวม — ดูทั้งพอร์ต ไม่ใช่แค่รายไม้

เปิดหลายไม้พร้อมกันไม่ผิด — แต่ต้องดูความเสี่ยงรวมทั้งพอร์ต ที่เรียกว่า portfolio heat

เปิด 6 ไม้ๆ ละ 1% = heat รวม 6%
เพดานที่เราใช้: heat รวม ≤ 6%

แต่ถ้า 6 ไม้นั้นเป็นทอง ทองคำ ดัชนีโลหะ ดอลลาร์ และอีก 2 ตลาดที่วิ่งตามกัน:
heat จริง = เหมือนเปิดไม้ใหญ่ 6% ในทิศเดียว — ไม่ได้กระจายเลย

กฎเพิ่มเติม: ตลาดที่ correlation สูง (ทอง+เงิน · BTC+ETH) → ตลาดกลุ่มนั้น heat รวม ≤ 3%

วันตลาด panic ทุกอย่าง correlation วิ่งไปหา 1 — วันที่เราต้องการ "การกระจาย" มากที่สุดคือวันที่การกระจายหายไปพอดี ออกแบบเผื่อวันนั้น ไม่ใช่วันปกติ

5. Kelly กับ ½ Kelly — เพดานทฤษฎีที่ไม่ควรแตะ

Kelly Criterion คือสูตรหาขนาดที่ทำให้เงินโตเร็วสุดเชิงคณิตศาสตร์:

f* = W − (1−W) ÷ R
W = win rate · R = payoff ratio (กำไรเฉลี่ย ÷ ขาดทุนเฉลี่ย)

ตัวอย่าง: ระบบชนะ 40% · payoff 2.5 เท่า
f* = 0.40 − 0.60 ÷ 2.5 = 16% ต่อไม้

16% ต่อไม้ฟังดูดี แต่full Kelly ให้ drawdown 50%+ เป็นเรื่องปกติ — มนุษย์ส่วนใหญ่กดปิดระบบก่อนถึงตอนฟื้น · ยิ่งกว่านั้น เราไม่รู้ W และ R จริงๆ แค่ประมาณจากอดีต ประมาณพลาดนิดเดียว = over-bet มหาศาล

มืออาชีพใช้ ¼ ถึง ½ Kelly เท่านั้น = 4–8% ในตัวอย่างข้างบน · แต่ระบบเราเริ่มที่ 1% ช่วงพิสูจน์ระบบ = แถว ⅙ Kelly ที่ปลอดภัยมาก · Kelly มีไว้บอก "เพดานทฤษฎี" — ไม่ใช่ไว้ใช้เต็ม

6. Vol Targeting — ปรับ size ตามความบ้าของตลาด

ระบบเราใช้ stop แบบ ATR-based ซึ่งคือ vol targeting ในตัว — stop กว้างขึ้นตอนตลาดบ้า = size หดอัตโนมัติ

สูตรปฏิบัติของระบบเรา:
ขนาดไม้ = (พอร์ต × 1%) ÷ (k × ATR ณ ตอนนั้น)

ATR ทอง ช่วงสงบ = $30 → size ปกติ
ATR ทอง ช่วงบ้า = $80 → stop กว้างขึ้น → size หดอัตโนมัติ

ผลลัพธ์: ถือไม้เล็กที่สุดในช่วงตลาดอันตรายที่สุด — โดยไม่ต้องทำนายอะไรเลย

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าแค่เติม vol targeting เข้าไปก็ลด tail risk และมักเพิ่ม Sharpe ให้กลยุทธ์เดิม — ฉลาดโดยโครงสร้าง ไม่ต้องเดา

7. Circuit Breaker — กฎที่ทำงานแทนเราตอนสติไม่ดี

ความรู้ทั้งหมดข้างบนจะไม่มีประโยชน์ถ้าตอนเงินจริงเต้น เราทำกลับด้านหมด — สมองมีกลไกต้านเรา 3 อย่าง:

Loss aversion: เจ็บจากขาดทุน ~2 เท่าของความสุขจากกำไรเท่ากัน → อยาก "ขออีกนิด" ก่อนปิดไม้
House money: กำไรใหม่รู้สึกเหมือน "เงินฟรี" → size บวมหลังช่วงชนะ
Revenge mode: หลังแพ้สมองเข้าโหมด "เอาคืน" — ตัดสินใจแย่ลงจริงๆ วัดได้

ทางแก้ไม่ใช่ "ใจแข็งขึ้น" — แต่คือออกแบบให้ใจไม่ต้องแข็ง:

Circuit breaker ของระบบเรา:
ขาดทุนวันเดียว −3% หรือแพ้ 3 ไม้ → ปิดจอ จบวัน ไม่มีอุทธรณ์
ขาดทุนรายสัปดาห์ −5% → หยุดถึงจันทร์หน้า + เขียนรีวิวก่อนกลับมา

กฎที่ตั้งตอนสติดี มีหน้าที่ทำงานแทนเราตอนสติไม่ดี — เครื่องคำนวณ size ให้มาเลย หน้าที่มนุษย์เหลือแค่ "ไม่ override"

จำแค่นี้พอ: ขนาดไม้ = (พอร์ต × %เสี่ยง) ÷ ระยะ stop · stop กำหนด size — ไม่ใช่ size กำหนด stop · ใช้ % ไม่ใช่บาทคงที่ (anti-martingale) · 1% คือแผนไม่ใช่สัญญา (gap) · heat รวม ≤ 6% · Kelly มีไว้รู้ ไม่ใช่ไว้ใช้เต็ม

ย้อนกลับ: ← ต้นทุนแฝง: spread, slippage และกับดัก stop แคบ
← กลับคลังความรู้