← สารบัญหนังสือ
4.2 — ต้นทุนแฝง
spread / slippage / swap / commission
ภาค 4 · หน่วยวัดการเทรด · อ่าน ~13 นาที · ฆาตกรเงียบที่ทำให้ expectancy บวกกลายเป็นลบโดยไม่รู้ตัว
ระบบที่ชนะ 50% และกำไรกับขาดทุนเท่ากันทุกไม้ — ผลสุดท้ายควรได้ เงินศูนย์ · แต่ในความเป็นจริง เสียเงินทุกเดือน
ทำไม? เพราะมีคนเก็บค่าผ่านทางทุกครั้งที่เปิดไม้ โดยที่หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียไปเท่าไหร่ — และบทนี้จะทำให้เห็นว่าต้นทุนแฝง 4 ตัวนั้นกินเงินยังไง
1. Spread — ค่าผ่านทางที่เห็นไม่ชัด
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา bid (ราคาที่ตลาดยอมซื้อจากเรา) และ ask (ราคาที่ตลาดยอมขายให้เรา) — เปิดไม้ทีไร จ่ายทีนั้น ก่อนราคาจะขยับแม้สักจุดเดียว
ทอง XAU/USD ณ ราคา ~$4,200:
Bid = $4,199.70 | Ask = $4,200.00
เปิด Buy ที่ ask $4,200.00
ถ้าปิดทันที (ขายที่ bid $4,199.70) = −$0.30 ทันที
Spread ทั้งรอบเข้า+ออก = $0.30 ÷ $4,200 ≈ 0.007%
เปรียบเทียบสินทรัพย์:
ทอง spot (XAU/USD): ~$0.20–0.40 ≈ 0.005–0.010% ต่อรอบ
EUR/USD: ~$0.00010 ≈ 0.001% ต่อรอบ (สภาพคล่องสูงมาก)
Bitcoin (BTC/USD): ~$20–50 ≈ 0.040–0.100% ต่อรอบ
หุ้น mid-cap: 0.05–0.30% ต่อรอบ
ฟังดูน้อยมาก — แต่อย่าเพิ่งปิดหน้า เดี๋ยวจะเห็นว่าตัวเลขเล็กๆ นี้ "คูณด้วยความถี่" ได้ผลน่าตกใจ (ข้อ 4)
ข้อสังเกตสำคัญ: spread ไม่คงที่ตลอดวัน มันกว้างขึ้นช่วงตลาดเบา (กลางคืน ตลาดเอเชีย) และแคบที่สุดช่วงตลาด London-NY overlap · backtest ที่ใช้ spread คงที่ตลอดวัน = ประมาณต้นทุนต่ำเกินจริง
2. Slippage — ต้นทุนที่ไม่มีใครเก็บ แต่ตลาดทำ
Slippage เกิดตอนราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่ตั้งใจ — ไม่ใช่โบรกโกง แต่เป็นกลไกปกติของตลาด
Slippage เกิดเพราะ:
• Market order: บอกซื้อ "เดี๋ยวนี้ ราคาไหนก็ได้" → ตลาดเสนอราคาที่ดีที่สุดที่มี ณ วินาทีนั้น ซึ่งอาจต่างจากที่เห็นบนจอ
• ไม้ใหญ่เกินสภาพคล่อง: ต้องการ 50 lot แต่มีแค่ 20 lot ที่ราคาต้องการ → ส่วนที่เหลือ fill ที่ราคาแย่กว่า
• ช่วงข่าว: NFP, FOMC, ข่าวด่วน → spread พุ่ง + slippage บวมได้ 5–20 เท่า ในวินาทีเดียว
ตัวอย่างจริง:
ตั้ง stop sell ทองที่ $4,150 (ขาดทุน −1R = −$50)
ข่าว FOMC ออกมา ราคากระโดดจาก $4,200 → $4,138 ใน 1 วินาที
stop fill จริงที่ $4,142 → เสียจริง $58 = −1.16R แทนที่จะเป็น −1R
กฎปฏิบัติ: ตัดขาดทุนใช้ stop (market) เสมอ เพราะวันที่ต้องออก "ออกได้แน่ๆ" สำคัญกว่า "ราคาสวย" — อย่าประหยัด slippage กับการหนีตาย · ส่วนการเข้าไม้ใช้ limit order เมื่อทำได้ เพราะไม่มี slippage (แต่เสี่ยงตกรถ)
3. Commission — ตัวที่ลืมเพราะเห็นชัด
Commission คือค่าธรรมเนียมโบรกต่อการเทรดหนึ่งครั้ง — บางโบรกศูนย์ (แต่ขยาย spread แทน) บางโบรกเก็บตรงๆ ต่อ lot
โบรก A (ECN): commission $7/lot ต่อรอบ (เข้า+ออก)
เทรดทอง 0.5 lot → commission = $3.50
Spread ~$0.20 × 100 oz × 0.5 lot = $10 (spread)
ต้นทุนรวมต่อรอบ = $3.50 + $10 = $13.50
โบรก B (zero spread): commission $0 แต่ spread $1.50
เทรดทอง 0.5 lot → $1.50 × 100 oz × 0.5 lot = $75 (spread)
ต้นทุนรวมต่อรอบ = $75 — แพงกว่ามาก!
โบรก "zero spread" ที่ดูดีมักแพงกว่า ECN แบบ 3-5 เท่า สำหรับคนเทรดจริงๆ — เช็คต้นทุนรวม (spread + commission) ต่อ lot ก่อนเลือกโบรกเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ว่า "มี commission ไหม"
4. Swap — ดอกเบี้ยรายคืนที่ซ่อนอยู่
Swap คือค่าธรรมเนียมรายคืนสำหรับไม้ที่ถือข้ามคืน — สะท้อนต้นทุนดอกเบี้ยของ leverage ที่โบรกให้ยืม
ทอง CFD Long (XAU/USD) ณ ราคา ~$4,200:
Standard lot = 100 oz · Notional = 100 × $4,200 = $420,000
Swap long ≈ −$70 ถึง −$85/คืน (ขึ้นอยู่กับโบรกและอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน)
สมมติ swap = −$75/คืน:
ถือ 1 ไม้ 1 สัปดาห์ (7 คืน) = −$525
ถือ 1 ไม้ 1 เดือน (30 คืน) = −$2,250
Swap สะสม 1 ปี ≈ −$27,375 ≈ −6.5% ของ notional
หรือเทียบกับพอร์ต $100,000 ที่เปิด 1 standard lot:
= −$27,375 = −27.4% ต่อปีแค่ค่า swap
⚠️ กับดัก triple swap: โบรกส่วนใหญ่คิด swap วันพุธ (หรือบางโบรกศุกร์) แบบ 3 เท่า เพื่อชดเชยสุดสัปดาห์ที่ตลาดปิด — วันนั้น swap หนักเป็น 3 เท่าของปกติ ถ้าเปิดไม้ข้ามไม่ทัน อาจโดนชาร์จ swap โดยไม่รู้ตัว · เช็ควันที่ triple swap ของโบรกตัวเองก่อนวางแผน swing trade
ระบบที่ถือไม้ระยะ H4/Daily (5-20 วัน) ต้องคิด swap เป็นต้นทุนส่วนหนึ่งเสมอก่อนตัดสินว่าไม้ "คุ้ม" · ทอง CFD long ถือ 10 วัน = ต้นทุน swap ~$750 ต่อ standard lot ซึ่งต้องหักออกจาก take profit ที่คาดหวัง
5. ความถี่ = ตัวคูณต้นทุน — ตัวร้ายตัวจริง
ตัวเลขต้นทุนต่อรอบดูจิ๋ว แต่คูณด้วยความถี่การเทรดแล้วน่าตกใจ นี่คือเหตุผลเชิงเลขคณิตที่ระบบเราอยู่ที่ H4/Daily:
สมมติต้นทุนรวม (spread + commission) = 0.01%/รอบ สำหรับทอง
เทรด 3 รอบ/วัน × 250 วัน = 750 รอบ/ปี
ต้นทุนรวม = 750 × 0.01% = 7.5%/ปี
เทรด 1 รอบ/วัน × 250 วัน = 250 รอบ/ปี
ต้นทุนรวม = 250 × 0.01% = 2.5%/ปี
เทรด 2 รอบ/สัปดาห์ × 52 = 104 รอบ/ปี
ต้นทุนรวม = 104 × 0.01% = 1.04%/ปี
ระบบที่ edge ดีมากๆ อยู่ที่ +5-8%/ปีหลัง DD · ถ้าเทรดวันละ 3 รอบ ต้นทุน spread กินหมดแล้วขาดอีก 2.5% · ระบบเดียวกัน เทรดรายสัปดาห์ เหลือกำไรสุทธิ ~4-7%
💡 นี่คือเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ที่ระบบเราอยู่ H4/Daily: ไม่ใช่เพราะ "กราฟใหญ่ดูง่ายกว่า" แต่เพราะ ความถี่น้อยลง = ต้นทุนน้อยลง = edge รอดมากขึ้น · ทุกครั้งที่ย้าย timeframe เล็กลง มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และราคานั้นไม่เคยปรากฏในกราฟ
6. Stop แคบ — กับดักที่เห็นไม่ออก
ต้นทุนต้องวัดเทียบ "ระยะ stop" ไม่ใช่วัดเทียบราคาสินทรัพย์ — นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่เจ็บโดยไม่รู้สาเหตุ:
ทอง spread ~$0.30 per round trip
กรณีที่ 1 — stop กว้าง $80:
ต้นทุน spread = $0.30 ÷ $80 = 0.375% ของ 1R → รับได้สบาย
กรณีที่ 2 — stop แคบ $5:
ต้นทุน spread = $0.30 ÷ $5 = 6% ของ 1R ต่อรอบ!
+ slippage อีก ~$0.30 ช่วงปกติ → รวมได้ ~12% ของ 1R
กรณีที่ 2 = ก่อนที่ระบบจะ "เริ่มนับ" ว่าไม้นั้นชนะหรือแพ้
ต้องกำไรได้ >12% ของ 1R แค่เพื่อ break even
ทองราคา ~$4,200 เคลื่อนได้ $5 ใน 1-2 นาทีในตลาดปกติ — stop $5 คือ stop ที่อยู่ใน "ระยะ noise" ธรรมดาๆ ของตลาด จะโดนเก็บฟรีก่อนที่ตลาดจะ "ผิด" ต่อระบบด้วยซ้ำ
กฎ stop ที่ระบบเราใช้:
• stop มาจากโครงสร้างตลาด (swing low/high · ATR-based) — ไม่ใช่จากความอยากเปิดไม้ใหญ่
• ถ้า spread > 5% ของระยะ stop → ไม่เปิดไม้นั้น (ต้นทุนแพงเกินไปเทียบกับ edge)
• ช่วงข่าวใหญ่ (NFP, FOMC) slippage พุ่ง — หลีกเลี่ยงหรือลด size อย่างน้อย 50%
• ทอง H4/Daily ใช้ stop ~1.5-2.5× ATR ≈ $60-150 ณ ราคา ~$4,200 = spread คิดเป็น <1% ของ 1R ✓
7. Swap ทอง CFD — เลขจริงที่ต้องรู้ก่อนเทรดระยะยาว
ทอง CFD ฝั่ง long มีต้นทุน swap สูงเป็นพิเศษเพราะทองไม่จ่ายดอกเบี้ยเหมือนสกุลเงิน — โบรกต้องคิดต้นทุนดอกเบี้ยที่ "ยืมให้" ซื้อทองเต็มๆ
XAU/USD long swap อ้างอิง (มิ.ย. 2026, อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ~4-5%):
Overnight swap ≈ −$65 ถึง −$85 ต่อ standard lot (100 oz)
= ประมาณ −5.5 ถึง −7.5%/ปี ของ notional
คิดเป็น R เทียบกับ stop ทั่วไป:
ถือ 10 คืน · swap −$75/คืน = −$750 ต่อ lot
ถ้า stop 100 จุด (= $1,000 ต่อ standard lot) = −0.75R จากแค่ swap
ถ้า stop 50 จุด (= $500) = −1.5R จากแค่ swap
ไม้ที่วาง take profit ไว้ที่ +2R แต่ swap กินไป 0.75R = กำไรสุทธิจริงแค่ +1.25R — ต้องคำนวณและบวกเข้าในตัวเลข expectancy ทุกครั้ง
⚠️ ระวัง: ตัวเลข swap เปลี่ยนตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายและต่างโบรกต่างกันมาก — ต้นทุน swap ปี 2020 (ดอกเบี้ยใกล้ศูนย์) กับปี 2026 (ดอกเบี้ย 4-5%) ต่างกัน 3-5 เท่า · เช็คตาราง swap ของโบรกที่ใช้โดยตรงเสมอ ไม่ใช่จากบทความเก่า
8. ใส่ต้นทุนใน backtest ให้สมจริง + stress test ×2
backtest ที่ไม่ใส่ต้นทุน = ฟิสิกส์ที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง — มาตรฐานของระบบเรา:
มาตรฐานที่ใช้:
1. ใส่ spread จริงของโบรกที่เลือก (ไม่ใช่ค่าต่ำสุด — ใช้ค่าเฉลี่ย/ค่ากลาง)
2. ใส่ slippage สมมติ (ทอง ~$0.30/รอบ ช่วงปกติ · ×3 ช่วงข่าว)
3. ใส่ commission ถ้ามี
4. ใส่ swap ตามจำนวนคืนเฉลี่ยต่อไม้ของระบบ
5. แล้วทดสอบซ้ำที่ต้นทุน ×2 (stress test)
ถ้าระบบตายเมื่อต้นทุน ×2 = edge บางเกิน ยังใช้เงินจริงไม่ได้
ถ้าระบบรอดต้นทุน ×2 = มี margin of safety พอเชื่อถือได้
ตัวอย่างจริงที่เจอ: ระบบ EURUSD stop แคบ ดูดีใน backtest ก่อนต้นทุน · พอใส่ต้นทุน ~0.1% ต่อรอบ (spread+commission) กลายเป็น ~0.8R ต่อไม้เพราะ stop ห่างแค่ 10 จุด → ระบบที่เขียวกลายเป็นแดงทันที ไม่ต้องรอ live trading
9. ตารางรวม — ต้นทุนจริงของ setup ต่างๆ
| Setup | Stop | Spread+Slip | %ของ 1R | Swap/10 วัน | ประเมิน |
| ทอง Scalp M5 | $5 | ~$0.60 | 12% | ไม่ถือข้าม | ต้นทุนสูงมาก |
| ทอง Intraday H1 | $25 | ~$0.60 | 2.4% | บางครั้ง | พอไหว ถ้า edge ดี |
| ทอง Swing H4 | $80 | ~$0.60 | 0.75% | −$750 | ต้นทุนเหมาะ ระวัง swap |
| ทอง Position Daily | $200 | ~$0.60 | 0.30% | −$2,250 | spread ถูก แต่ swap หนัก |
ไม่มีระดับไหน "ดีที่สุด" — ขึ้นอยู่กับว่า edge ของระบบนั้น "ใหญ่กว่าต้นทุน" ไหม H4/Daily คือจุดที่ระบบเรา balance ได้ดีที่สุด
แบบฝึกคิด
โจทย์ 1: ระบบเทรดทองมี expectancy +0.08R ก่อนต้นทุน เทรดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
ต้นทุนรวม (spread+commission+slippage) = 0.015%/รอบ · stop เฉลี่ย $50
Expectancy จริงหลังต้นทุนเป็นเท่าไหร่?
→ ต้นทุนต่อรอบเป็น R = (0.00015 × 4,200) ÷ 50 = 0.63÷50 = 0.013R · E จริง = 0.08 − 0.013 = +0.067R — ยังบวกอยู่ แต่บางลงมาก
โจทย์ 2: ระบบเดิม เปลี่ยนเทรด 3 ครั้ง/วัน แทน 3 ครั้ง/สัปดาห์
ต้นทุนรายปีต่าง (สมมติ 250 วันทำการ)?
→ เดิม: 3/สัปดาห์×52 = 156 รอบ · ใหม่: 3/วัน×250 = 750 รอบ · ต่างกัน 594 รอบ × 0.013R = 7.7R/ปี เพิ่มขึ้น — ถ้าระบบทำได้ 2R/ปี เทรดถี่ขึ้น = ขาดทุนหนัก 5.7R/ปี
โจทย์ 3: ถือทอง long 1 lot นาน 15 คืน · swap −$75/คืน · TP ที่ +$200 (= +2R ถ้า stop $100)
TP จริงหลัง swap เท่าไหร่ และคิดเป็น R?
→ swap รวม = 15 × $75 = $1,125 · กำไรหลัง swap = $200 − $1,125 = −$925 = ขาดทุน! · TP ต้องเลื่อนไปที่ $200 + $1,125 = $1,325 = 13.25R ถึงจะคุ้มทุน swap