← กลับคลังความรู้
R, Expectancy
และกับดัก "winrate สูง"
ชั้น 1 · ภาษาพื้นฐาน · อ่าน ~5 นาที · แม่น 2 คำนี้ แล้วอ่านผลสอบทุกห้องในแพลตฟอร์มได้เอง
มีคำถามที่ทำให้นักเทรดเจ๊งมานักต่อนัก: "ระบบนี้ชนะ 70% เลยนะ ดีไหม?"
คำตอบคือ ยังไม่รู้ — และหน้านี้จะอธิบายว่าทำไม "ชนะบ่อย" ถึงไม่ได้แปลว่า "ได้เงิน"
1. R — หน่วยวัดความเสี่ยงของ 1 ไม้
R คือเงินที่เรายอมเสียในไม้นั้น ถ้าผิดทาง — คือระยะจากจุดเข้าถึงจุด stop
เข้าทอง $4,000 · ตั้ง stop ที่ $3,960
ระยะเสี่ยง = $40 → นี่คือ 1R ของไม้นี้
ถ้าราคาขึ้นไป $4,080 แล้วเราออก → ได้ $80 = +2R
ถ้าราคาลงโดน stop → เสีย $40 = −1R
ทำไมวัดเป็น R ไม่วัดเป็นบาท? เพราะ R ทำให้เทียบข้ามไม้/ข้ามตลาดได้ — ไม้ทองกับไม้คริปโตเงินคนละขนาด แต่ถ้าพูดเป็น R จะเทียบกันได้ทันที "+2R" คือ +2R ไม่ว่าตลาดไหน · นักเทรดมือโปรคิดเป็น R เสมอ ไม่ใช่บาท เพราะมันตัดอารมณ์เรื่องจำนวนเงินออกไป
2. Expectancy — กำไรคาดหวังต่อ 1 ไม้
นี่คือตัวเลขเดียวที่บอกว่าระบบทำเงินจริงไหม สูตรบ้านๆ:
Expectancy = (ชนะ% × กำไรเฉลี่ยตอนชนะ) − (แพ้% × ขาดทุนเฉลี่ยตอนแพ้)
ถ้าเลขนี้ เป็นบวก = ยิ่งเทรดยิ่งรวย (ในระยะยาว) · ถ้าเป็นลบ = ยิ่งเทรดยิ่งจน ไม่ว่าจะชนะบ่อยแค่ไหน
3. กับดัก: ทำไม "ชนะ 70%" ถึงหลอก
กลับมาที่คำถามแรก — ลองใส่ตัวเลขจริง สมมติชนะ 70% แต่เป็นการเก็บสั้นๆ (ได้ไม้ละ 0.5R) ส่วนตอนแพ้เสียเต็ม 1R:
ชนะ 70% × 0.5R = +0.35
แพ้ 30% × 1R = −0.30
─────────────
Expectancy = +0.05R ต่อไม้เท่านั้น
ชนะตั้ง 70% แต่กำไรคาดหวังบางเฉียบ! แถมพอหักต้นทุน (spread/ค่าธรรมเนียม ~0.05R/ไม้) ก็เหลือศูนย์ — นี่คือเหตุผลที่ระบบ "winrate สูง" ที่อวดกันในเน็ตส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเงินจริง · ความลับคือมันแลก "ชนะบ่อย" มาด้วย "กำไรนิดเดียวต่อครั้ง + แพ้ทีเสียเยอะ"
💡 กลับกัน: ระบบที่ชนะแค่ 40% แต่ตอนชนะได้ 2R ตอนแพ้เสีย 1R → expectancy = (0.4×2) − (0.6×1) = +0.2R ดีกว่าระบบชนะ 70% ข้างบนตั้ง 4 เท่า! · winrate ต่ำแต่รวยกว่า — เพราะ expectancy ไม่ใช่ winrate คือตัวจริง
4. เอาไปใช้ในแพลตฟอร์มเรายังไง
ทุกกลยุทธ์ในห้อง ผลสอบ (lab) รายงาน expectancy เป็น R เสมอ — ตอนนี้หลิวอ่านออกแล้ว:
• spring: +0.045R หลังหักต้นทุน = บวกบางๆ แต่ของจริง ✓
• UTAD (short รายวัน): −0.11R = ติดลบ ตกสอบ เลยไม่เอาเข้าระบบ ✗
• ทั้งคู่อาจ "ชนะ 30-40%" เท่ากัน — แต่ expectancy ต่างกันคนละเรื่อง นั่นคือตัวตัดสิน